ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
  • สมาร์ทฟาร์ม
  • โรงเรือน & พืช
  • มาตรฐาน GAP
  • ฟาร์มต้นแบบ
  • ไข่ผำ
  • สมาร์ทฟาร์ม

    Smart Farm คืออะไร ? วัด วิเคราะห์ สั่งงาน 3 ขั้นตอนที่ฟาร์มต้องมี

    Smart Farm คืออะไร ? วัด วิเคราะห์ สั่งงาน 3 ขั้นตอนที่ฟาร์มต้องมี

    Smart Farm คืออะไร คือ ฟาร์มที่ใช้เซนเซอร์วัดค่าหน้างาน วิเคราะห์ข้อมูลเทียบกับเกณฑ์ แล้วสั่งงานอุปกรณ์เป็นวงจรต่อเนื่องแทนการเดา ฟาร์มที่ติดเซนเซอร์แต่ยังต้องเดินดูหน้างานทุกวันจึงยังไม่ใช่ เพราะข้อมูลยังไม่ถูกนำไปตัดสินใจ ที่นี่อธิบายส่วนประกอบ ประเภท ตัวอย่าง และข้อจำกัด สำหรับคนที่ประเมินว่าควรเริ่มจากจุดไหน

    Key Takeaway

    • นิยาม : Smart Farm หรือสมาร์ทฟาร์ม คือ ฟาร์มอัจฉริยะที่ใช้เซนเซอร์และข้อมูลที่วัดได้ตัดสินใจแทนการคาดเดา
    • การทำงาน : เกษตรอัจฉริยะวัดค่า วิเคราะห์ข้อมูล และสั่งงานอุปกรณ์ เป็นวงจรที่วนซ้ำต่อเนื่อง
    • ส่วนประกอบ : 3 กลุ่ม คือระบบตรวจวัดและรับรู้ ระบบประมวลผลและควบคุม และระบบเชื่อมต่อและแสดงผล
    • ประเภท : แบ่งตามสภาพแวดล้อมได้เป็นพื้นที่เปิด โรงเรือน และระบบปิดแนวตั้ง
    • ก่อนลงทุน : เริ่มวัดเฉพาะค่าที่กระทบผลผลิตก่อน และต้องมีคนดูข้อมูลกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร

    Smart Farm คืออะไร ? นิยามและแนวคิดเบื้องหลัง

    Smart Farm คืออะไร หรือที่เรียกกันว่า เกษตรอัจฉริยะ คือ การทำเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี หุ่นยนต์ และเครื่องจักรความแม่นยำสูงช่วยทำงาน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของผู้บริโภค และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามนิยามของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนวคิดหลัก คือ เกษตรแม่นยำ ที่ตรวจวัดดิน ความชื้น แร่ธาตุ ความเป็นกรดด่าง แสง และศัตรูพืช แล้วให้ปัจจัยการผลิตพอดีกับความต้องการของพืช สมาร์ทฟาร์มและฟาร์มอัจฉริยะจึงหมายถึงเรื่องเดียวกัน

    หอสมุดเล่าว่าเมื่อแรงงานภาคเกษตรลดลง ภาคเกษตรจึงปรับตัวด้วยเทคโนโลยี เกษตรยุค 2.0 ใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนและควบคุมระบบน้ำให้ปลูกได้ตลอดปี ส่วนเกษตรอัจฉริยะยุค 4.0 นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเมล็ด เตรียมดิน ปลูก ไปจนถึงเก็บเกี่ยว เพื่อให้อัตโนมัติและแม่นยำขึ้น

    Smart Farm ต่างจากฟาร์มทั่วไปอย่างไร ?

    Smart Farm ต่างจากฟาร์มทั่วไปที่วิธีตัดสินใจ ฟาร์มทั่วไปตัดสินจากการเดินตรวจและประสบการณ์ ส่วน Smart Farm ตัดสินจากค่าที่เซนเซอร์วัดและบันทึกต่อเนื่อง ไม่ได้ต่างที่จำนวนอุปกรณ์ ตารางนี้เทียบหลักการทำงานของทั้งสองแบบ

    ประเด็นฟาร์มทั่วไปSmart Farm
    รู้สถานะฟาร์มเดินตรวจและใช้ประสบการณ์เซนเซอร์วัดค่าต่อเนื่อง
    ตัดสินใจเมื่อไรหลังเห็นปัญหาเมื่อค่าเริ่มเบี่ยงจากเกณฑ์
    ปรับค่าคนสั่งงานเองระบบสั่งปั๊ม วาล์ว หรือชุดผสมธาตุอาหาร
    บันทึกข้อมูลจดมือหรือไม่มีบันทึกอัตโนมัติ ย้อนดูได้
    ขยายพื้นที่เพิ่มคนตามพื้นที่ใช้เกณฑ์เดิมกับพื้นที่ใหม่
    ต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าสูงกว่า ต้องมีอุปกรณ์และทักษะ

    ตัวเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันคือระบบควบคุมฟาร์มอัจฉริยะ ที่รับข้อมูลจากเซนเซอร์ เทียบกับค่าเป้าหมาย และสั่งอุปกรณ์ในจุดเดียว

    Smart Farm ทำงานอย่างไร ? วงจร วัด วิเคราะห์ สั่งงาน

    Smart Farm ทำงานเป็นวงจร 3 ขั้นที่วนซ้ำตลอดวัน คือเซนเซอร์วัดค่า ซอฟต์แวร์วิเคราะห์เทียบเกณฑ์ แล้วระบบสั่งอุปกรณ์ปรับค่า แต่ละขั้นทำงานดังนี้

    • วัด : เซนเซอร์เก็บค่าจากหน้างาน เช่น ความชื้น อุณหภูมิ แสง และความเป็นกรดด่าง
    • วิเคราะห์ : ซอฟต์แวร์เทียบค่าที่วัดได้กับช่วงที่พืชต้องการ และแจ้งเตือนเมื่อออกนอกช่วง
    • สั่งงาน : ระบบสั่งปั๊ม วาล์ว หรือชุดผสมธาตุอาหารให้ปรับค่าเอง เช่น ระบบควบคุม pH อัตโนมัติ ที่ปรับน้ำเมื่อค่าเพี้ยน

    ตัวอย่างการทำงาน : เซนเซอร์พบค่า pH ของน้ำสูงกว่าเกณฑ์ ระบบแจ้งเตือนผู้ดูแลและสั่งชุดจ่ายสารปรับค่าให้ทำงาน แล้ววัดซ้ำจนค่ากลับเข้าช่วง พร้อมบันทึกเหตุการณ์ไว้ย้อนดูว่าเกิดเมื่อไรและแก้ไปอย่างไร

    Smart Farm มีอะไรบ้าง ? 4 ส่วนประกอบของระบบสมาร์ทฟาร์ม

    Smart Farm มี 4 ส่วนประกอบหลัก จัดเป็น 3 กลุ่มระบบ คือระบบตรวจวัดและรับรู้ ระบบประมวลผลและควบคุม และระบบเชื่อมต่อและแสดงผล ตามตารางนี้

    กลุ่มระบบส่วนประกอบทำหน้าที่ตัวอย่าง
    ระบบตรวจวัดและรับรู้ (Sensors)เซนเซอร์วัดค่าหน้างานความชื้น อุณหภูมิ แสง pH EC ระดับน้ำ
    ระบบเชื่อมต่อและแสดงผล (Connectivity & Monitoring)การส่งข้อมูล (IoT)ส่งค่าไปยังระบบกลางWi-Fi เครือข่ายมือถือ
    ระบบประมวลผลและควบคุม (Processing & Automation)ตัวควบคุมและอุปกรณ์สั่งงานเทียบค่ากับเกณฑ์แล้วสั่งงานปั๊ม วาล์ว พัดลม ชุดผสมปุ๋ย
    ระบบเชื่อมต่อและแสดงผล (Connectivity & Monitoring)แดชบอร์ดและการแจ้งเตือนให้คนดูข้อมูลและตั้งเกณฑ์แอปมือถือ กราฟย้อนหลัง

    ชั้นการส่งข้อมูลคือส่วนที่คนเรียกว่า Smart Farm IoT ฟาร์มควรเริ่มจากเซนเซอร์ฟาร์ม ก่อน เพราะต้องมีข้อมูลก่อนจึงจะตัดสินใจจากข้อมูลได้

    เซนเซอร์ต้องสอบเทียบเป็นระยะ เพราะค่าที่คลาดเคลื่อนทำให้ระบบสั่งงานผิดตามไปด้วย และควรตั้งให้ตัวควบคุมทำงานตามเกณฑ์เดิมต่อได้แม้อินเทอร์เน็ตหลุด เพื่อให้ฟาร์มไม่หยุดทำงานตามสัญญาณที่หายไป

    Smart Farm มีกี่ประเภท ? แบ่งตามสภาพแวดล้อมได้ 3 กลุ่ม

    Smart Farm คืออะไร แบ่งได้กี่ประเภท โดยจะแบ่งตามสภาพแวดล้อมได้เป็น 3 กลุ่ม คือพื้นที่เปิด โรงเรือน และระบบปิดแนวตั้ง แต่แหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้กำหนดจำนวนประเภทตายตัว การแบ่งนี้เป็นการจัดของผู้เขียนเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่การแบ่งอย่างเป็นทางการ

    • พื้นที่เปิด : ใช้เซนเซอร์และระบบให้น้ำหรือปุ๋ยตามความต้องการของแต่ละจุด
    • โรงเรือน : FAO ใช้แนวทาง Smart Farming ในระบบปลูกในโรงเรือน จัดการ 5 ด้านพร้อมกัน คือการควบคุมสภาพอากาศ โรคและแมลง การให้น้ำ ธาตุอาหาร และวิธีเพาะปลูก เริ่มปี 2019 ที่อุซเบกิสถานและเวียดนาม ระยะที่สองปี 2024-2028 ที่ฮอนดูรัสและแซมเบีย
    • ระบบปิดและแนวตั้ง : ปลูกซ้อนหลายชั้นในอาคาร ทุกชั้นต้องคุมค่าให้เท่ากัน หอสมุด มก. ยกตัวอย่างสิงคโปร์ที่ปลูกผักและเลี้ยงปลาเก๋าในอาคาร ดูหลักการได้ที่ระบบฟาร์มแนวตั้ง

    Smart Farm IoT ในไทยมีตัวอย่างอะไร ? ฟาร์มผำที่ควบคุมด้วยเซนเซอร์

    ถ้าหาคำตอบว่า Smart Farm คืออะไร ตัวอย่างในไทยคือฟาร์มต้นแบบของ Wolffia Plus ที่จังหวัดลำพูน เพาะเลี้ยงผำในระบบที่ควบคุมน้ำ แสง อุณหภูมิ และความชื้นด้วยเซนเซอร์ IoT และเก็บเกี่ยวด้วยแขนกลอัตโนมัติ ตามที่ระบุไว้ในหน้า Smart Farm

    ผำเป็นพืชน้ำขนาดเล็ก ค่าน้ำที่เพี้ยนทำให้ผำเหลืองและโตช้า จึงเห็นประโยชน์ของการวัดและสั่งงานอัตโนมัติได้ชัด

    ข้อดีและข้อจำกัดของฟาร์มอัจฉริยะ ใครควรเริ่มก่อน ?

    หอสมุด มก. ระบุว่าความแม่นยำช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ สร้างมาตรฐานการผลิต และควบคุมคุณภาพผลผลิตได้ตามต้องการ ข้อจำกัดที่ควรชั่งคือต้นทุนเริ่มต้น ทักษะของผู้ดูแล และระบบสื่อสารที่ต้องเสถียร

    ก่อนลงทุน ลองตอบ 4 ข้อนี้ให้ได้

    • ค่าอะไรบ้างที่กระทบผลผลิตของฟาร์มมากที่สุด
    • มีใครดูข้อมูลและตัดสินใจเมื่อระบบแจ้งเตือนหรือไม่
    • พื้นที่ฟาร์มมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเสถียรพอหรือไม่
    • ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร เช่น ลดเวลาดูแล ลดของเสีย หรือคุมคุณภาพให้นิ่ง

    ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงคือติดเซนเซอร์หลายจุดแต่ไม่ตั้งเกณฑ์และไม่มีคนดูข้อมูล เพราะข้อมูลที่ไม่ถูกนำไปตัดสินใจก็ไม่ต่างจากฟาร์มทั่วไป ฟาร์มที่ควรเริ่มก่อนคือฟาร์มที่ค่าเพียงไม่กี่ตัวกระทบผลผลิตหนัก วิธีเริ่มมี 3 ขั้น

    • วัดก่อน : ติดเซนเซอร์เฉพาะค่าที่กระทบผลผลิตมากที่สุด
    • แจ้งเตือนก่อนสั่งอัตโนมัติ : ให้คนยืนยันระยะแรก แล้วจึงปล่อยให้ระบบสั่งเอง
    • ขยายทีละจุด : เพิ่มอุปกรณ์สั่งงานทีละจุด หรือใช้ชุดที่รวมไว้แล้วอย่างถังเพาะเลี้ยงอัจฉริยะ

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Smart Farm คืออะไร

    มี 4 ส่วนประกอบหลัก คือเซนเซอร์ที่วัดค่าหน้างาน การส่งข้อมูลผ่าน IoT ตัวควบคุมพร้อมอุปกรณ์สั่งงานอย่างปั๊มและวาล์ว และแดชบอร์ดพร้อมระบบแจ้งเตือน จัดเป็น 3 กลุ่มระบบ คือตรวจวัดและรับรู้ ประมวลผลและควบคุม และเชื่อมต่อและแสดงผล

    ไม่มีเกณฑ์ตายตัวจากแหล่งที่ตรวจสอบ แต่แบ่งตามสภาพแวดล้อมให้เห็นภาพได้เป็นพื้นที่เปิด โรงเรือน และระบบปิดแนวตั้ง โดยระบบปิดแนวตั้งต้องคุมค่าให้เท่ากันทุกชั้น

    คือส่วนที่เชื่อมเซนเซอร์และอุปกรณ์เข้ากับอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งค่าไปแสดงและสั่งงานจากระยะไกล ผ่านช่องทางอย่าง Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือ และควรตั้งตัวควบคุมให้ทำงานตามเกณฑ์เดิมต่อได้เมื่อสัญญาณหลุด

    เหมือนกัน เป็นชื่อเรียกของแนวคิดเดียวกัน คือการเกษตรแม่นยำที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลช่วยตัดสินใจ สมาร์ทฟาร์มและฟาร์มอัจฉริยะก็หมายถึงเรื่องเดียวกันด้วย

    สรุป Smart Farm คืออะไร และเริ่มอย่างไรดี ?

    • นิยาม : Smart Farm คืออะไร หรือที่เรียกกันว่า เกษตรอัจฉริยะ คือ การทำเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่วัดได้ตัดสินใจแทนการคาดเดา ตามแนวคิดเกษตรแม่นยำที่ให้ปัจจัยการผลิตพอดีกับความต้องการของพืช และคำว่าสมาร์ทฟาร์มกับฟาร์มอัจฉริยะหมายถึงเรื่องเดียวกัน
    • ความต่างจากฟาร์มทั่วไป : ต่างที่วิธีตัดสินใจและการบันทึกข้อมูล ไม่ใช่จำนวนอุปกรณ์ ฟาร์มทั่วไปตัดสินจากการเดินตรวจ ส่วน Smart Farm ตัดสินจากค่าที่เซนเซอร์วัดต่อเนื่อง
    • การทำงาน : วัด วิเคราะห์ สั่งงาน เป็นวงจรที่วนซ้ำตลอดวัน เช่น เซนเซอร์พบ pH สูงกว่าเกณฑ์ ระบบจึงแจ้งเตือนและสั่งชุดจ่ายสารปรับค่าให้ทำงานจนค่ากลับเข้าช่วง
    • ส่วนประกอบ : 4 ชั้น คือเซนเซอร์ การส่งข้อมูล IoT ตัวควบคุมและอุปกรณ์สั่งงาน และแดชบอร์ดพร้อมการแจ้งเตือน จัดเป็น 3 กลุ่มระบบ และควรสอบเทียบเซนเซอร์เป็นระยะ
    • ประเภท: แบ่งตามสภาพแวดล้อมได้เป็นพื้นที่เปิด โรงเรือน และระบบปิดแนวตั้ง แต่เป็นการจัดของผู้เขียน ไม่ใช่การแบ่งอย่างเป็นทางการ
    • ตัวอย่าง : FAO ใช้แนวทาง Smart Farming ในโรงเรือน หอสมุด มก. ยกตัวอย่างสิงคโปร์ และในไทยมีฟาร์มผำต้นแบบของ Wolffia Plus ที่ลำพูนซึ่งควบคุมด้วยเซนเซอร์ IoT
    • ข้อดีและข้อจำกัด : ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ และคุมคุณภาพได้ แต่ต้องชั่งต้นทุนเริ่มต้น ทักษะของผู้ดูแล และระบบสื่อสารที่เสถียร
    • เริ่มอย่างไร : วัดเฉพาะค่าที่กระทบผลผลิตมากที่สุดก่อน ให้ระบบแจ้งเตือนและคนยืนยันในระยะแรก แล้วขยายอุปกรณ์สั่งงานทีละจุด

    ดูระบบสมาร์ทฟาร์มทำงานจริงที่ฟาร์มต้นแบบลำพูน

    อยากรู้ว่า Smart Farm คืออะไร และเป็นยังไง มีวงจรวัด วิเคราะห์ สั่งงานทำงานจริง มาดูได้ที่เกตนภาฟาร์ม ลำพูน ฟาร์มต้นแบบที่ใช้เซนเซอร์ IoT ควบคุมการเพาะเลี้ยงผำ จองเยี่ยมชมฟาร์ม เลือกวันที่สะดวกได้จากปฏิทินในหน้าจอง

    ปรึกษาทีมงาน Wolffia Plus วันนี้ เพื่อวางแผนต่อยอดให้ฟาร์มของคุณ

    ติดต่อ Wolffia Plus →